วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 4

บันทึกการเรียนครั้งที่ 4
วันที่ 29 สิงหาคม 2559
เวลา 08.30 - 11.30 น.

เนื้อหาที่เรียน
"การสื่อสารกับผู้ปกครองเด็กปฐมวัย"

ก่อนเข้าเรียนเนื้อหา เล่นเกมเกี่ยวกับการสื่อสาร




ความหมายของการสื่อสาร
     การสื่อสาร คือ กระบวนการส่งข่าวสาร ข้อมูล จากผู้ส่งข่าวสารไปยังผู้รับข่าวสารเพื่อชักจูงให้ผู้รับข่าวสารมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา
ความสำคัญของการสื่อสาร
1.ทำให้ได้รับรู้และเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม
2.ทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันทั้งสองฝ่าย
3.ทำให้สร้างมิตรภาพที่อบอุ่น
4.ทำให้เกิดภาพแห่งความพึงพอใจ
5.ช่วยในการพัฒนาความคิดของตนเอง เป็นการสร้างความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง ก่อให้เกิดความพอใจในชีวิต

รูปแบบของการสื่อสาร
1.รูปแบบการสื่อสารของอริสโตเติล
2.รูปแบบการสื่อสารของลาล์สเวล
3.รูปแบบการสื่อสารของแชนนอนและวีเวอร์
4.รูปแบบการสื่อสารของออสกูดและชแรมม์
5.รูปแบบการสื่อสารของเบอร์โล (เป็นรูปแบบการสื่อสารของเด็กปฐมวัย)

รูปแบบการสื่อสารของเบอร์โล


องค์ประกอบของการสื่อสาร
1.ผู้ส่งข่าวสาร
2.ข้อมูลข่าวสาร
3.สื่อในช่องทางการสื่อสาร
4.ผู้รับข่าวสาร
5.ความเข้าใจและการตอบสนอง

ผู้ส่งสารและผู้รับสาร
1.ผู้จัดกับผู้ชม
2.ผู้พูดกับผู้ฟัง
3.ผู้ถามกับผู้ตอบ
4.คนแสดงกับคนดู
5.นักเขียนกับนักอ่าน
6.ผู้อ่านข่าวกับคนฟังข่าว
7.คนเล่านิทานกับคนฟังนิทาน

สื่อ
     ใช้วิธีพูด เขียน หรือการนำเสนอในรูปแบบต่างๆ โดยวิธีการติดต่อต้องใช้ตัวกลางต่างๆ ตัวกลางเหล่านี้เรียกว่าสื่อ

สาร เรื่องราวที่รับรู้ร่วมกัน

วัตถุประสงค์ของการสื่อสาร
1.เพื่อแจ้งให้ทราบ
2.สอนหรือให้การศึกษา
3.สร้างความพอใจหรือให้ความบันเทิง
4.เสนอหรือชักจูงใจ

ประเภทของการสื่อสาร
1.จำแนกตามกระบวนการหรือการไหลของข่าวสาร แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ การสื่อสารทางเดียว และ การสื่อสารสองทาง
2.จำแนกตามภาษา สัญลักษณ์ ที่แสดงออก แบ่งเป็น การสื่อสารเชิงวัจนภาษา การสื่อสารอวัจนภาษา
3.จำแนกตามจำนวนผู้สื่อสาร แบ่งเป็น 3 ลักษณะ คือ ส่วนบุคคล ระหว่างบุคคล และมวลชน

การสื่อสารกับตนเอง
1.เป็นทั้งผู้ส่งสารและผู้รับสาร
2.โต้แย้งกับตนเอง
3.ไม่มีขอบเขต
4.พึมพำ
5.บางครั้งไม่อาจตัดสินใจได้
6.ปลอบใจ เตือนตนเอง วางแผน แก้ปัญหา

การสื่อสารระหว่างบุคคล
1. 2 คนขึ้นไป ไม่ถึงกับเป็นกลุ่ม
2.เป็นเรื่องเฉพาะระหว่างบุคคล
3.เป็นความลับ

การสื่อสารสาธารณะ
1.ส่งสารสู่สาธารณะชน
2.ความรู้และเป็นประโยชน์
3.มีคุณค่าและเปิดเผยได้โดยไม่จำกัดเวลา
4.การบรรยาย การปฐกถา การอบรม การสอนในชั้นเรียน

การสื่อสารมวลชน
1.สื่อที่มีอำนาจการกระจายสูง
2.เฉพาะข้อเท็จจริง
3.สนองความต้องการและความจำเป็นของมวลชน

การสื่อสารในครอบครัว
1.เป็นการสื่อสารขั้นพื้นฐาน
2.ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับความตั้งใจดีของสมาชิกในครอบครัว
3.คุณธรรมที่ดีงามในครอบครัว จะช่วยพัฒนาการสื่อสารไปในทางดีงามเสมอ
4.ยอมรับและแลกเปลี่ยนประสบการณ์
5.ต่างวัย ทำความเข้าใจให้ตรงกัน
6.คำนึงถึงมารยาท

การสื่อสารในโรงเรียน
1.สื่อสารกับบุคคลที่คุ้นเคย
2.เนื้อหามักเกี่ยวกับวิชาการ พื้นฐานอาชีพ หลักการดำเนินชีวิต
3.สื่อสารระหว่างบุคคล กลุ่ม สาธารณะ
4.อาจมีโอกาสโต้แย้ง ถกเถียง
5.ข้อเท็จจริงและข้อสรุปบางเรื่องไม่ควรนำไปเผยแพร่
6.ระมัดระวังคำพูด และมารยาท
7.คุณธรรมด้านความสื่อสัตย์และการยอมรับอาวุโสเป็นเรื่องสำคัญ

การสื่อสารในวงสังคมทั่วไป
1.การติดต่อกับคนที่ไม่รู้จักมาก่อนควรพูดให้ตรงประเด็น และสุภาพ
2.การคบหากับชาวต่างชาติ ควรศึกษาประเพณีและมารยาท

ธรรมชาติและพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้ปกครอง
     "ออเออร์บาค"
1.ผู้ปกครองสามารถเรียนรู้ได้
2.ผู้ปกครองมีความต้องการที่จะเรียนรู้
3.ผู้ปกครองเรียนรู้ได้ดีที่สุดในสิ่งที่เขาสนใจ
4.การเรียนรู้จะมีความหมายที่สุดก็ต่อเมื่อเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวของผู้ปกครอง
5.การมีอิสระในการเรียนรู้จะทำให้ผู้ปกครองเรียนรู้ได้ดีที่สุด
6.ผู้ปกครองสามารถเรียนรู้ได้จากกันและกัน
7.การให้ความรู้ผู้ปกครองถือเป็นการให้ประสบการณ์แก่ผู้ปกครอง

ธรรมชาติการเรียนรู้ของผู้ปกครองเด็กปฐมวัยมีประเด็นสำคัญ
1.เรียนรู้ได้ดีในเรื่องของการพัฒนาเด็ก
2.เรียนรู้ได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความสมานฉันท์
3.มีความแปลกใหม่และมีประโยชน์ต่อเด็ก
4.เรียนรู้ได้ดีจากการฝึกปฏิบัติ
5.เรียนรู้ได้ดีในบรรยากาศที่เป็นวิชาการน้อยที่สุด
6.ควรได้รับความต่อเนื่องในการเรียนรู้ทีละขั้นตอน
7.เรียนรู้ได้ดีจากการสื่อและอุปกรณ์ที่หลากหลาย

พฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้ปกครอง
    ปัจจัยที่มีผลต่อการแสดงออกพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้ปกครอง
1.ความพร้อม ร่างกายและจิตใจ
2.ความต้องการ ให้ชีวิตดำเนินไปอย่างมีความสุข
3.อารมณ์และการปรับตัว อารมณ์ทางบวก อารมณ์ทางลบ ดังนั้นควรปรับอารมณ์ให้เกิดความสมดุลพร้อมที่จะเรียนรู้
4.การจูงใจ การกระตุ้นเพื่อให้เกิดการเรียนรู้
5.การเสริมแรง สร้างความพึงพอใจหลังการเรียนรู้
6.ทัศนคติและความสนใจ บุคคลมีการตอบสนองและแสดงความรู้สึกต่อสิ่งเร้าต่างๆ เช่น
   -จัดสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ทำให้ผู้ปกครองพอใจ
   -ช่วงเวลา
7.ความถนัด ความสามารถของบุคคล

อุปสรรคที่สำคัญของการสื่อสาร
1.ขาดทักษะในการศึกษาที่ดี
2.ข้อมูลข่าวสารมากเกินไป
3.ได้ข่าวสารไม่ครบสมบูรณ์
4.ข้อมูลที่ส่งผ่านหลายขั้นตอน
5.เครื่องมือในการส่งข่าวสารไม่เหมาะสม
6.ด่วนสรุป
7.ไม่สอบถามให้เข้าใจเมื่อสงสัย
8.อารมณ์ของผู้รับ หรือผู้ส่งอยู่ในสภาพไม่ปกติ
9.ไม่รับฟังความคิดเห็นผู้อื่น

7c กับการสื่อสารที่ดี
1.Credibility : ความเชื่อถือ : ทำให้ผู้รับสารเกิดความเชื่อถือ
2.Content : เนื้อหาสาระ : มีสาระให้เกิดความพึงพอใจ
3.Clearly : ความชัดเจน : ข้อความที่เข้าใจง่ายๆ
4.Context : ความเหมาะสม กับโอกาส : การเลือกใช้ภาษา
5.Channel : ช่องทางการส่งสาร : วิธีการส่งข่าวสาร
6.Continuity Consistency : ความต่อเนื่องและแน่นอน
7.Clarity of audience : ความสามารถของผู้รับสาร

คุณธรรมในการสื่อสาร
   คุณธรรม คือ
1.ความดีงามที่มีอยู่ในตัวบุคคล
2.ต้องประกอบด้วยเหตุผลที่ดีของแต่ละบุคคล
3.เกิดจากการปลูกฝังตั้งแต่เด็ก
4.เกิดจากการได้เห็น ได้ยิน ได้อ่าน
5.เกิดจากการได้เห็นพฤติกรรมของคนที่เคารพรักเป็นแบบอย่าง

คุณธรรมที่สำคัญในการสื่อสาร
1.มีสัจจะ ไม่ล่วงละเมิดสิทธิ
2.รัก เคารพ ปรารถนาดี
3.รับผิดชอบ
4.เป็นพฤติกรรมด้านนอกของการสื่อสาร
5.กิริยาวาจา

วิธีการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ปกครอง
1.ทำตนให้เข้าใจกับผู้ปกครอง
2.เรียนรู้ความต้องการของเขา
3.พูดคุย พบปะกับผู้ปกครอง
4.หาโอกาสไปร่วมงานพิธีทางศาสนา
5.ทำตนให้กลมกลืนกับผู้ปกครอง
6.มีท่าทีเป็นมิตรอยู่เสมอ
7.เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองร่วมกิจกรรม


คำถามท้ายบท
1.จงอธิบายความหมายและความสำคัญของการสื่อสารมาโดยสังเขป
     ตอบ การสื่อสาร คือ กระบวนการส่งข่าวสาร ข้อมูล จากผู้ส่งข่าวสารไปยังผู้รับข่าวสารเพื่อชักจูงให้ผู้รับข่าวสารมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา
ความสำคัญของการสื่อสาร
1.ทำให้ได้รับรู้และเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม
2.ทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันทั้งสองฝ่าย
3.ทำให้สร้างมิตรภาพที่อบอุ่น
4.ทำให้เกิดภาพแห่งความพึงพอใจ
5.ช่วยในการพัฒนาความคิดของตนเอง เป็นการสร้างความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง ก่อให้เกิดความพอใจในชีวิต

2.การสื่อสารมีความสำคัญกับผู้ปกครองอย่างไร
     ตอบ ทำให้ผู้ปกครองได้สื่อสารกับเด็ก ทำให้รู้ความรู้สึกนึกคิดของเด็ก และเป็นการสอนภาษาธรรมชาติให้แก่เด็ก อีกประการหนึ่งคือ ผู้ปกครองได้สื่อสารกับคุณครู เพื่อรับรู้การเรียนรู้ และพฤติกรรมของเด็กขณะที่อยู่ที่โรงเรียน

3.รูปแบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในการให้ความรู้ผู้ปกครอง ควรเป็นรูปแบบใด จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
     ตอบ รูปแบบการสื่อสารที่สื่อสารออกมาแล้วเข้าใจ เช่น การสื่อสารของลาล์สเวล

4.ธรรมชาติและการเรียนรู้ของผู้ปกครองควรมีลักษณะอย่างไร
     ตอบ 1.ผู้ปกครองสามารถเรียนรู้ได้
2.ผู้ปกครองมีความต้องการที่จะเรียนรู้
3.ผู้ปกครองเรียนรู้ได้ดีที่สุดในสิ่งที่เขาสนใจ
4.การเรียนรู้จะมีความหมายที่สุดก็ต่อเมื่อเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวของผู้ปกครอง
5.การมีอิสระในการเรียนรู้จะทำให้ผู้ปกครองเรียนรู้ได้ดีที่สุด
6.ผู้ปกครองสามารถเรียนรู้ได้จากกันและกัน
7.การให้ความรู้ผู้ปกครองถือเป็นการให้ประสบการณ์แก่ผู้ปกครอง

5.ปัจจุยที่ช่วยสนับสนุนพฤติกรรมการเรียนรู้สำหรับผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองมีความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กประกอบด้วยปัจจัยด้านใดบ้าง
     ตอบ 1.ความพร้อม ร่างกายและจิตใจ
2.ความต้องการ ให้ชีวิตดำเนินไปอย่างมีความสุข
3.อารมณ์และการปรับตัว อารมณ์ทางบวก อารมณ์ทางลบ ดังนั้นควรปรับอารมณ์ให้เกิดความสมดุลพร้อมที่จะเรียนรู้
4.การจูงใจ การกระตุ้นเพื่อให้เกิดการเรียนรู้
5.การเสริมแรง สร้างความพึงพอใจหลังการเรียนรู้
6.ทัศนคติและความสนใจ บุคคลมีการตอบสนองและแสดงความรู้สึกต่อสิ่งเร้าต่างๆ
7.ความถนัด ความสามารถของบุคคล

ประเมินตนเอง 100%
ประเมินเพื่อน 100 %
ประเมินผู้สอน 100%

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 3

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 3
วันที่ 22 สิงหาคม 2559
เวลา 08.30 - 11.30 น.

ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากอาจารย์ติดงานราชการ

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 2

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 2
วันที่ 15 สิงหาคม 2559
เวลา 08.30 -11.30 น.

เนื้อหาที่เรียน
"หลักเบื้องต้นการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย"



การให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง
     การให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง หมายถึง การให้ความรู้เกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็ก เพราะเด็กอยู่ในความรับผิดชอบของสถาบันครอบครัว การให้ความรู้แก่ผู้ปกครองถือเป็นกระบวนการทางสังคม ซึ่งสังคมมีหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ให้แก่บุคคลภายในสังคมให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในสังคม ทั้งในและนอกระบบ การให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองจึงเป็นการช่วยเหลือพ่อแม่ ผู้ปกครอง ตลอดจนผู้ที่เตรียมตัวจะเป็นพ่อแม่ให้ได้เรียนรู้ถึงวิธีการในการดูแล อบรมเลี้ยงดู และให้การศึกษาแก่เด็ก เพื่อให้เด็กเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพและได้รับประสบการณ์ที่มีคุณค่า เพื่อพัฒนาตนต่อไปในอนาคต

ความสำคัญของการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง
1.เป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาของเด็ก
2.เป็นการให้ผู้ปกครองได้เข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ของตนเองที่มีต่อการศึกษาของเด็ก
3.ทำให้ลดความขัดแย้งในการดำเนินงานทางการศึกษาช่วยให้การศึกษาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
4.เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองได้มีส่วนสนับสนุนและพัฒนาการศึกษาของเด็ก
5.ช่วยทำให้สถาบันครอบครัวมีความแข็งแรง

วัตถุประสงค์ในการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง
1.เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการในการอบรมเลี้ยงดูเด็กและให้การศึกษาแก่เด็ก
2.เพื่อให้ความรู้และวิธีการในการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ให้แก่เด็ก
3.เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กที่โรงเรียนเพื่อให้ที่บ้านเข้าใจตรงกัน
4.เพื่อส่งเสริมให้ผู้ปกครองได้ตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการมีส่วนร่วมส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ให้แก่บุตรหลาน
5.เพื่อให้ผู้ปกครองได้รับรู้และเข้ามามีบทบาทในการจัดการศึกษาให้แก่บุตรหลาน

รูปแบบในการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย
1.แบบเป็นทางการ เช่น การบรรยาย การอภิปราย
2.แบบไม่เป็นทางการ เช่น การระดมสมอง การประชุมโต๊ะกลม
คำถามท้ายบทเรียน
1.การจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบันการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองมีความสำคัญอย่างไร จงอธิบาย
     ตอบ เพื่อให้ผู้ปกครองได้ตระหนักถึงหน้าที่ของตนเองในแต่ละด้านที่มีต่อเด็กปฐมวัย
2.ในสถานศึกษาปฐมวัยสามารถดำเนินกิจกรรมการให้ความรู้ผู้ปกครองในลักษณะหรือรูปแบบใดบ้าง 
จงอธิบายและยกตัวอย่างกิจกรรม
     ตอบ การจัดทำจุลสาร แผ่นผับ หรือสารสานสัมพันธ์กับผู้ปกครอง
3.นักศึกษามีแนวคิดอย่างไรในการใช้บ้านเป็นฐานของการให้ความรู้ผู้ปกครอง
     ตอบ การใช้บ้านเป็นฐานของการให้ความรู้ผู้ปกครอง เป็นทางเลือกที่ดี เนื่องจากเราได้เห็น
บรรยากาศบ้านของเด็กจริงๆ และสามารถให้ความรู้ผู้ปกครองได้อย่างเหมาะสมตามที่ผู้ปกครองต้องการ
4.องค์ความรู้ที่จำเป็นในการให้ความรู้ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยเกี่ยวข้องกับเรื่องใดบ้าง
     ตอบ 1.การวางแผน
              2.การดำเนินการประชุม
              3.ประเมินผลการประชุม
              4.การออกจดหมายข่าวการประชุม
ประเมินตนเอง 95%
ประเมินเพื่อน 100%
ประเมินผู้สอน 100%

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 1

บันทึกการเรียนครั้งที่ 1
วันที่ 8 สิงหาคม 2559
เวลา 08.30 - 11.30 น.

เนื้อหาที่เรียน
     "การให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย"

ความหมายของผู้ปกครอง
     ผู้ปกครอง หมายถึง ผู้ที่เป็นบิดา มารดา หรือ บุคคลอื่นที่ให้การอบรมเลี้ยงดูให้การศึกษาแก่เด็กที่อยู่ในการดูแล ดังนั้นในการกล่าวถึงผู้ปกครองจึงมีความหมายรวมถึงบุคคลที่เป็นพ่อและแม่ด้วย

ความสำคัญของผู้ปกครอง
     ผู้ปกครองมีความสำคัญซึ่งมีความใกล้ชิดกับเด็ก เป็นผู้ที่มีความหมายต่อชีวิตเด็ก ทั้งการเจริญเติบโตทางร่างกายและจิตใจ เป็นผู้ที่เด็กมอบความรักด้วยความบริสุทธิ์ใจ ผู้ปกครองจึงเป็นผู้นำที่จะช่วยให้เด็กเจริญเติบโต มีพัฒนาการที่เหมาะสม เพื่อการก้าวสู่โลกกว้างได้อย่างมั่นคงและมีความพร้อมในทุกด้าน จึงถือว่าผู้ปกครองเป็นผู้เสริมสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์ด้วยความรัก ความเข้าใจให้แก่เด็กตั้งแต่เยาว์วัยเป็นรากฐานอนาคตของสังคมให้มีความสมบูรณ์และแข็งแรง

บทบาทหน้าที่ของผู้ปกครอง 3 ด้าน
     1.บทบาทและหน้าที่ด้านการอบรมเลี้ยงดู มี 3 ประการ
1.เป็นผู้ให้การเลี้ยงดูเพื่อสร้างเสริมสุขภาพกายและใจที่ดีให้กับเด็ก
2.เป็นผู้ให้การศึกษาเบื้องต้น
3.เป็นผู้ส่างเสริมพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคมและสติปัญญา

    2.บทบาทและหน้าที่ด้านการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้
1.ช่วยจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับกิจกรรมที่โรงเรียน
2.ส่งเสริมให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงให้มาก
3.สนมนาให้ความเป็นกันเองกับเด็ก ป้อนคำถามให้เด็กได้คิดหาคำตอบ
4.ชมเชยเมื่อเด็กทำความดี ทำให้ถูกต้อง ในขณะที่ทำผิดก็ต้องชี้แจงให้เด็กเข้าใจให้ถูกต้องก่อนที่เด็กจะจำวิธีการผิดๆไปใช้
5.ให้เด็กมีส่วนร่วมรับผิดชอบ ช่วยเหลืองานในบ้านที่เหมาะสมกับวัย
6.ให้อิสระแก่เด็กบ้างในบางโอกาส
7.สนับสนุนส่งเสริมให้เกิดปัญญา
8.คอยติดตามการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ของเด็กโดยไม่เข้มงวดจนเกินไป
9.ติดต่อกับครูของเด็กเพื่อรับทราบปัญหาและให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาก่อนที่จะสายเกินแก้

    3.บทบาทและหน้าที่ในด้านการส่งเสริมการศึกษา
1.ความอุทิศตนในการมีเวลาให้กับลูกอย่างเต็มที่
2.มีจุดมุ่งหมายสูงสุดเพื่อลูก
3.ช่างสังเกตถี่ถ้วน
4.ใช้สามัญสำนึกในการเลี้ยงลูก
5.ปลูกฝังวินัย ความเป็นไทย

คำถามท้ายบท
1.ในสังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นักศึกษาคิดว่าบทบาทและหน้าที่ของผู้ปกครองที่มีต่อเด็กปฐมวัยมีอย่างไรบ้าง จงอธิบาย
     ตอบ 1.ให้ความรักและสายสัมพันธ์ในครอบครัว
             2. ให้ความเอาใจใส่และเอื้ออาทรต่อลูก
             3. ทำตนให้เป็นแบบที่ดีแก่ลูก
             4. ให้ประสบการณ์การเรียนรู้ในสังคมเกี่ยวกับการปฏิบัติตน
             5. ส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ให้เป็นไปตามวัย
             6. ให้หลักธรรมในการพัฒนาเด็กด้วยหลักไตรสิกขา
             7.ส่งเสริมพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ โดยผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย
             8. ศึกษาการเจริญเติบโตของเด็ก
             9. เอาใจใส่ดูแลสุขภาพ
            10. สนับสนุนเตรียมความพร้อมก่อนสู้สังคม

2.จงอธิบายวิธี แนวทางที่ผู้ปกครองสามารถใช้ในการส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญาให้แก่เด็กปฐมวัย
     ตอบ หากผู้ปกครองมีเวลา ก็สามารถจัดกิจกรรมที่ทำร่วมกับเด็ก เช่น กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ จะทำให้เด็กได้ฝึกใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก (ร่างกาย) เด็กได้ทำอย่างอิสระ ทำให้อารมณ์ดี (อารมณ์-จิตใจ) เด็กได้ทำร่วมกับผู้ปกครอง เป็นการฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น (สังคม) และได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ (สติปัญญา)

3.การฝึกให้เด็กเป็นคนดี คนขยันและฉลาด ผู้ปกครองควรปฏิบัติอย่างไร
     ตอบ เป็นตัวอย่างให้แก่เด็ก และให้เด็กได้รับผิดชอบ ทำหน้าที่ของตัวอย่างเองอย่างเหมาะสม รวมไปถึงการฝึกให้เด็กได้คิดแก้ปัญหาสถานการณ์ต่างๆด้วยตนเอง

4.ปัญหาที่เป็นอุปสรรคของผู้ปกครองที่มีผลกระทบต่อเด็กปฐมวัย คือ ปัญหาที่เกี่ยวกับเรื่องใด จงอธิบาย
     ตอบ ปัญหาเรื่องเวลา เนื่องจากผู้ปกครองบางคนต้องทำงาน ทำให้ไม่สามารถให้เวลาอบรมลูกได้อย่างเต็มที่

ประเมินตนเอง 95%
ประเมินเพื่อน 100%
ประเมินผู้สอน 100%